วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ที่ 11




นำเสนอ กิจกรรม STEM ของแต่ละกลุ่ม


โดยมีกลุ่ม 
- หน่วยผัก
- หน่วยข้าว
- หน่วยบ้าน
- หน่วยสัตว์
- หน่วยดอกไม้

แต่ละกลุ่มออกมาสอนของหน่วยของตนเอง โดยให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง

การประเมิน
ตนเอง : ตั้งใจเรียนและทำกิจกรรม
เพื่อน : ตั้งใจเรียน
อาจารย์ : สอนสนุก บรรยาการอบอุ่น

บันทึกการเรียนรู้ที่ 10


      อาจารย์ได้มอบหมายงานให้ทำเป็นกลุ่ม โดยให้ระดมความคิดเลือกหน่วยที่จะสอนมา1หน่วย  และเมื่อเลือกหน่วยการเรียนรู้ที่จะสอนได้แล้ว ให้นำหลักของ STEM / STEAM Education มาบูรณาการในการสอนในหน่วยนั้น และเลือกมา1กิจกรรม เพื่อจะมาสาธิตการสอนในการสอนในสัปดาห์หน้า

               



โดยกลุ่มเราเลือกหน่วย "ผัก"


          


การนำไปประยุกต์ใช้

- ศึกษาเนื้อหาเพิ่มเติม และนำกิจกรรมในวันนี้ไปปรับใช้กับเด็กปฐมวัย


การประเมิน
ตนเอง : ตั้งใจเรียนและทำกิจกรรม
เพื่อน : ตั้งใจเรียน
อาจารย์ : สอนสนุก บรรยาการอบอุ่น


บันทึกการเรียนรู้ที่ 9



STEM / STEAM Education


STEM” คืออะไร 
(ชลาธิป สมาหิโต: 2557) 

•เป็นการจัดการศึกษาแบบบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์
•นำลักษณะทางธรรมชาติของแต่ละสาระวิชามาผสมผสานและจัดเป็นการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน
•เน้นการนำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการผลิตใหม่ ที่เป็น



ประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตและการทำงาน

Science (วิทยาศาสตร์)
•การเรียนรู้เรื่องราวของธรรมชาติ เช่น ปรากฏการณ์ต่าง ๆ โดยผ่านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งวิทยาศาสตร์นั้นมีเป้าหมายหลักเพื่อใช้อธิบายกฎเกณฑ์หรือ
ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ตามธรรมชาติโดยใช้หลักและระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์


Technology (เทคโนโลยี)
•วิทยาการที่นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม (ราชบัณฑิตยสถาน: 2557, 580)
•สิ่งที่เราสร้างหรือพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้อำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต
•ไม่ใช่มีความหมายเพียงแค่คอมพิวเตอร์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงสิ่งประดิษฐ์ตามยุคสมัยต่าง ๆ อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือรวมไปถึงเครื่องใช้ทั่วไปอย่าง ยางลบ, มีด, กรรไกร,
กบเหลาดินสอ เป็นต้น


Engineering (วิศวกรรมศาสตร์)
•ทักษะกระบวนการในการออกแบบ สร้างแบบ รวมไปถึงการวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหา โดยการใช้องค์ความรู้ด้านต่าง ๆ มาสร้างสรรค์ออกแบบผลงานที่ใช้งานได้จริง
•กระบวนการในการทำงานของวิศวกรรมศาสตร์นั้น สามารถนำมาบูรณาการกับหลักแนวคิดของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ได้ (ยศวีร์ สายฟ้า: 2557, 1) ช่วยส่งเสริมทำให้เกิดการพัฒนาทางความคิดออกแบบสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น


Mathematic (คณิตศาสตร์)
•วิชาที่ว่าด้วยเรื่องของการคำนวณ (ราชบัณฑิตยสถาน:2557, 225)
•เป็นการเรียนรู้ในเรื่องราวของจำนวน ตัวเลข รูปแบบ ปริมาตร รูปทรงต่างๆ
รวมไปถึงแบบรูปและความสัมพันธ์ (พีชคณิต) ฯลฯ
•ทักษะทางคณิตศาสตร์นี้เป็นทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกแขนงวิชา เพราะเป็นศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ มีความแม่นยำ
•เรายังสามารถพบคณิตศาสตร์ได้ในชีวิตประจำวันของเราแทบจะทุกที่
ทุกเวลาอีกด้วย



“STEM” กับการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัย
•“STEM” แทรกเข้าไปในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามหน่วยที่ครูจัดขึ้น หรือเลือกตามหน่วยที่เด็กสนใจได้อย่างหลากหลาย จะทำให้เด็กสนุกกับการเรียนในห้องมากขึ้น
•การศึกษาแบบ “STEM” เป็นการศึกษาที่ช่วยทำให้เด็กอยากเรียนรู้ด้วยตนเอง เปลี่ยนการเรียนแบบท่องจำมาเป็นการเรียนรู้แบบลงมือทำ ปฏิบัติจริง ทดลอง สืบค้น และใช้วัสดุอุปกรณ์
ทำให้เด็กได้ใช้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ ได้รับความสนุกสนาน และมีความสนใจในวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ มากยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง

ประดิษฐ์ผีเสือจากจานกระดาษ
สร้างบ้านผีเสื้อจากกิ้งงไม้ใบไม้

การประเมิน
ตนเอง : ตั้งใจเรียนและทำกิจกรรม
เพื่อน : ตั้งใจเรียน
อาจารย์ : สอนสนุก บรรยาการอบอุ่น

บันทึกการเรียนรู้ที่ 8


   วันนี้เรามีนักศึกษาดูงานจากประเทศออสเตรีย เพื่อดูการเรียนการสอนของสาขาการศึกษาปฐมวัยว่ามีการจัดการเรียนการสอนอย่างไรบ้าง


กิจกรรมเคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์

กิจกรรมพื้นฐาน
1.ครูต้องตกลงสัญญาณกับเด็กดังนี้
         - ครูเคาะสัญญาณช้าให้เด็กเคลื่อนไหวช้าๆ
         - ครูเคาะจังหวะเร็วให้เด็กเคลื่อนไหวเร็วๆ
         - ถ้าครูเคาะจังหวะ 2 ครั้ง ติดกันให้เด็กหยุดการเคลื่อนไหวในท่านั้นทันที
2.ครูและเด็กทบทวนสัญญารอีกครั้ง

กิจกรรมสัมพันธ์กับเนื้อหา
- ให้เด็กๆต่อแถวมารับอุปกรณ์ทีละ1คน 
- เด็กๆเคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์ที่ครูให้มาไปพร้อมๆกับจังหวะที่ครูเคาะ
- เมื่อเสร็จกิจกรรมให้เด็กๆต่อแถวนำอุปกรณ์ที่ได้มาเก็บทีละคน
เคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์อาจมีการนำมาผสมกับการเคลื่อนไหวแบบอื่นได้
- การเคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์+การเคลื่อนไหวประกอบเพลง
- การเคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์+การเคลื่อนไหวแบบผู้นำ-ผู้ตาม 

กิจกรรมผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
 - ให้เด็กนั่งหรือนอนในท่าทางที่ผ่อนคลายหรือให้เด็กผลัดกันนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เริ่มนวดจากด้านบนลงด้านล่าง นวดหัว นวดไหล่ นวดเอว นวดแขน นวดขา เป็นต้น
 (ในขณที่นวดครูต้องบอเด็กเสมอว่านวดเพื่อนเบาๆ) 
หรือมีการใช้เพลงที่มีจังหวะช้าๆมาช่วยในการผ่อนคลาย






การนำไปประยุกต์ใช้

- ศึกษาเนื้อหาเพิ่มเติม และนำกิจกรรมในวันนี้ไปปรับใช้กับเด็กปฐมวัย

การประเมิน
ตนเอง : ตั้งใจเรียนและทำกิจกรรม
เพื่อน : ตั้งใจเรียน
อาจารย์ : สอนสนุก บรรยาการอบอุ่น

บันทึกการเรียนรู้ที่ 7


การเคลื่อนไหวแบบประกอบเพลง

ขั้นนำ
1.อธิบายสัญญาณให้เด็กฟัง โดยคุณครูจะเคาะจังหวะรัวช้าให้เด็กเคลื่อนไหวไปรอบๆห้องอย่างช้าๆ แต่ถ้าคุณครูเคาะจังหวะรัวเร็วๆให้เด็กเคลื่อนไหวไปรอบห้องอย่างเร็วๆ และถ้าคุณครูเคาะจังหวะติดกัน 2 ครั้ง ให้เด็กๆหยุดอยู่กับที่
2.เด็กหาบริเวรพื้นที่เฉพาะตัว โดยกางแขนออกแล้วหมุนรอบตัวเองโดยไม่ชนเพื่อน
3.ให้เด็กๆเคลื่อนไหวไปรอบๆห้องตามสัญญาณของคุณครู
4.คุณครูต้องเดินไปรอบๆห้องขณะเด็กปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังเกตพฤติกรรมของเด็ก

ขั้นกิจกรรม
1.ให้เด็กๆหาพื้นที่เป็นของตัวเองโดยร้องเพลงแมงมุมลายแล้วทำท่าทางประกอบเพลง แมงมุมลาย
2.ให้เด็กต่อแถวรวมตัวกันเป็นแมงมุม1ตัว โดยเลือกเพื่อนที่เป็นหัวแมงมุม1คน และเลือกเพื่อนที่เป็นก้นแมงมุม1คน เมื่อร้องเพลงแมงมุมลาย ถ้าได้ยินเสียงคำว่า“ เอ้า ” ให้กระโดดกลับหลังหัน โดยสลับจากคนที่เป็นหัวแมงมุมเปลี่ยนเป็นก้นแมงมุม คนที่เป็นก้นแมงมุมเปลี่ยนเป็นหัวแมงมุม
3.ให้แมงมุม1ตัวเคลื่อนที่ไปบริเวณรอบๆห้องพร้อมกับร้องเพลงแมงมุมลาย



ขั้นสรุป
ครูและเด็กๆ จับมือเป็นวงกลม แล้วนั่งลง ครูร้องเพลงลมหายใจเข้าพร้อมทำท่าประกอบ และเด็กๆ ทำตามครู


การประเมิน
ตนเอง : ตั้งใจเรียนและทำกิจกรรม
เพื่อน : ตั้งใจเรียน
อาจารย์ : สอนสนุก บรรยาการอบอุ่น

บันทึกการเรียนรู้ที่ 6


การเคลื่อนไหวแบบผู้นำ - ผู้ตาม


กิจกรรมพื้นฐาน
1.ครูต้องตกลงสัญญาณกับเด็กดังนี้
         - ครูเคาะสัญญาณช้าให้เด็กเคลื่อนไหวช้าๆ
         - ครูเคาะจังหวะเร็วให้เด็กเคลื่อนไหวเร็วๆ
         - ถ้าครูเคาะจังหวะ 2 ครั้ง ติดกันให้เด็กหยุดการเคลื่อนไหวในท่านั้นทันที
2.ครูและเด็กทบทวนสัญญารอีกครั้ง

กิจกรรมสัมพันธ์กับเนื้อหา
ให้เด็กๆยืนเป็นวงกลม และหาอาสาสมัครในการออกมานำเพื่อน แล้วให้เพื่อนทำตาม โดยเปลี่ยนกับเพื่อนออกมาเป็นผู้นำทีละคน แล้วให้เพื่อนๆทายว่าเพื่อนทำท่าทางเป็นอะไร เราอาจกำหนดท่าทางที่เด็กๆออกมานำเพื่อน เช่น ทำท่างกิจวัตรประจำวัน ทำท่างทางเป็นแมลง ทำท่าทางเลียนแบบอาชีพต่างๆ

กิจกรรมผ่อนคลายกล้ามเนื้อ 
- หลังจากที่เด็กๆผลัดกันเป็นผู้นำผู้ตามครบแล้ว เราก็จะให้เด็กๆผ่อนคลายโดยการ นวดแขน นวดขา นวดไหล่ นวดเอว บิดตัว โดยให้เด็กทำคู่กับเพื่อนได้ ผลัดกันนวดให้เพื่อน







การนำไปประยุกต์ใช้

- ศึกษาเนื้อหาเพิ่มเติม และนำกิจกรรมในวันนี้ไปปรับใช้กับเด็กปฐมวัย


การประเมิน
ตนเอง : ตั้งใจเรียนและทำกิจกรรม
เพื่อน : ตั้งใจเรียน
อาจารย์ : สอนสนุก บรรยาการอบอุ่น

บันทึกการเรียนรู้ที่ 5



การเคลื่อนไหวแบบตามคำบรรยาย


ขั้นนำ
1.อธิบายสัญญาณให้เด็กฟัง โดยคุณครูจะเคาะจังหวะรัวช้าให้เด็กเคลื่อนไหวไปรอบๆห้องอย่างช้าๆ แต่ถ้าคุณครูเคาะจังหวะรัวเร็วๆให้เด็กเคลื่อนไหวไปรอบห้องอย่างเร็วๆ และถ้าคุณครูเคาะจังหวะติดกัน 2 ครั้ง ให้เด็กๆหยุดอยู่กับที่
2.เด็กหาบริเวรพื้นที่เฉพาะตัว โดยกางแขนออกแล้วหมุนรอบตัวเองโดยไม่ชนเพื่อน
3.ให้เด็กๆเคลื่อนไหวไปรอบๆห้องตามสัญญาณของคุณครู
4.คุณครูต้องเดินไปรอบๆห้องขณะเด็กปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังเกตพฤติกรรมของเด็ก

ขั้นกิจกรรม
1. เด็กๆหาพื้นที่ของตนเอง โดยไม่ให้ชนกับเพื่อน


2.เด็กเคลื่อนไหวตามคำบรรยายดังนี้ เด็กๆขึ้นรถไปที่ดรีมเวอร์ ลงจากรถ เข้าสวนสนุก วิ่งไปเล่นเครื่องเล่น เล่นเคื่องเล่น เดินไปเล่นเครื่องเล่นต่อ เข้าเมืองหิมะ ใส่เสื้อกันหนาว เล่นเมืองหิมะ เดินออกจากเมืองหิมะ ขึ้นรถ 

ขั้นสรุป
เด็กๆ ค่อยๆ หลับตาลง ครูพูดบรรยาย ผ่านไปสัก สามนาที เด็กๆ ค่อยๆ ลืมตาช้า



การประเมิน
ตนเอง : ตั้งใจเรียนและทำกิจกรรม
เพื่อน : ตั้งใจเรียน
อาจารย์ : สอนสนุก บรรยาการอบอุ่น

  

  

บันทึกการเรียนรู้ที่ 4


การเคลื่อนไหวและจังหวะแบ่งประเภทได้ 3 ประเภทดังนี้


1.การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ การเคลื่อนไหวโดยที่ร่างกายยังอยู่ที่เดินเช่น การเหวี่ยงแขน ยืนทรงตัวอยู่กับที่ด้วยเท้าเดียว
2.การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ การเคลื่อนไหวที่ร่างกายต้องย้ายตำแหน่งของร่ายกายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เช่น การเดิน การวิ่ง การคลาน
3.การเคลื่อนไหวแบบประกอบอุปกรณ์  การเคลื่อนไหวพร้อมอุปกรณ์จะช่วยทำให้เด็กได้พัฒนาการทำงานประสานกันระหว่างมือกับตาประสาทเท้ากับตา และประสาทมือเท้าและตาดีขึ้น เช่นการใช้ริบบิ้น การใช้ลูกบอล

วันนี้อาจารย์ได้สอนขั้นนำของกิจกรรมเคลื่อนไหว และให้ทุกคนออกมาสอนขั้นนำ 

แบบที่1

ครูต้องตกลงสัญญาณกับเด็กดังนี้
- ครูเคาะสัญญาณช้าให้เด็กเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ไปรอบ ๆ ห้อง
- ครูเคาะจังหวะเร็วให้เด็กเคลื่อนไหวอย่างเร็ว ๆ ไปรอบ ๆ ห้อง
- ถ้าครูเคาะจังหวะ 2 ครั้ง ติดกันให้เด็กหยุดการเคลื่อนไหวในท่านั้นทันที
ครูและเด็กทบทวนสัญญารอีกครั้ง


แบบที่2

ครูต้องตกลงสัญญาณกับเด็กดังนี้
- ครูเคาะสัญญาณ 1 ครั้ง ให้เด็กเคลื่อนไหว 1 ครั้ง
 -ครูเคาะสัญญาณ 2 ครั้ง ให้เด็กเคลื่อนไหว 2 ครั้ง
- ครูเคาะจังหวะรัวเร็วๆให้เด็กเคลื่อนไหวอย่างเร็วๆตามจังหวะ
- ถ้าครูเคาะจังหวะ 2 ครั้ง ติดกันให้เด็กหยุดการเคลื่อนไหวในท่านั้นทันที
ครูและเด็กทบทวนสัญญารอีกครั้ง




การนำไปประยุกต์ใช้

- ศึกษาเนื้อหาเพิ่มเติม และนำกิจกรรมในวันนี้ไปปรับใช้กับเด็กปฐมวัย

การประเมิน
ตนเอง : ตั้งใจเรียนและทำกิจกรรม
เพื่อน : ตั้งใจเรียน
อาจารย์ : สอนสนุก บรรยาการอบอุ่น

บันทึกการเรียนรู้ที่ 3


การเล่นเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
การเล่น
- กระบวนการเรียนรู้ และประสบการณ์ที่เด็กได้รับ
ทำให้เด็กเกิดความสนุกเพลิดเพลิน ผ่อนคลาย
ปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนและสิ่งแวดล้อม

แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการเล่น Piaget

กล่าวถึงพัฒนาการการเล่นของเด็กว่ามี ขั้น ดังนี้
ขั้นการเล่นโดยใช้ประสาทสัมผัส (Sensorimotor Play)
สำรวจ จับต้องวัตถุ
ยุติลงเมื่อเด็ก ขวบ
2. ขั้นการเล่นสร้างสรรค์ (Constructive Play)
อายุ 1 ½ - 2 ปี
การเล่นที่ไม่มีขอบเขตจำกัด
เล่นด้วยความพอใจมากกว่าคำนึงถึงความเป็นจริง
3. ขั้นการเล่นที่ใช้สัญลักษณ์ (Symbolic Play)
- 2 ขวบขึ้นไป
สามารถพัฒนาการเต็มที่เมื่ออายุ 3-4 ขวบ
เกิดขึ้นเมื่อเด็กสามารถจำและสมมติสิ่งของเครื่องเล่นต่างๆ  ที่ไม่มีอยู่ที่นั่น
ลักษณะการเล่นที่ใช้สัญลักษณ์ที่นับว่าเป็นพัฒนาการสูงสุด คือ การเล่นบทบาทสมมติ

ประเภทของการเล่นเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
-          การเล่นกลางแจ้ง
-          การเล่นในร่ม
การเล่นในร่ม
-การเล่นตามมุมประสบการณ์
-การเล่นสรรค์สร้าง
การเล่นสรรค์สร้าง
-การเล่นที่ให้โอกาสเด็กคิดค้นวิธีเล่นอย่างอิสระ และเล่นได้หลายวิธี
-ใช้ความคิดพลิกแพลงวิธีเล่นให้แตกต่างไปจากเดิม
-เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจด้วยตนเอง

องค์ประกอบของการเล่นสรรค์สร้าง(Formann and Hill, 1980)
1. สภาวะการเรียนรู้
เนื้อหาของสาระการให้ความรู้แก่เด็กโดยจัดสถานการณ์ให้เด็กเกิดการเรียนรู้
การเรียนรู้คุณลักษณะและความเหมือน
การเรียนรู้เกี่ยวกับการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งของและผู้อื่น
การเรียนรู้และจินตนาการเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว
การเรียนรู้เหตุและผล

บันทึกการเรียนรู้ที่ 2


การจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย


ความหมายของความคิดสร้างสรรค์
       - Jellen and Urban ความคิดสร้างสรรค์เป็นการคิดอย่างอิสระในเชิงนวัตกรรม จินตนาการ
       - De Bono ความสามารถในการคิดนอกกรอบเพื่อนำมาใช้แก้ปัญหา
       - อุษณีย์  โพธิสุข กระบวนการทางปัญญาระดับสูงที่ใช้กระบวนการทางความคิดหลายๆ อย่างมารวมกัน
         เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่หรือแก้ปัญหาที่มีอยู่ให้ดีขึ้น และต้องมีอิสรภาพทางความคิด

คุณค่าของความคิดสร้างสรรค์
       คุณค่าต่อสังคม
       คุณค่าต่อตนเอง
       ทำให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน
       ช่วยลดความเครียดทางอารมณ์
       มีความภูมิใจและเชื่อมั่นในตนเอง
       นำมาซึ่งความเป็นผู้นำ
       ตะหนักถึงคุณค่าของตนเอง
       ช่วยส่งเสริมสุนทรียภาพ
       สร้างนิสัยในการทำงานที่ดี
       พัฒนากล้ามเนื้อ
       เปิดโอกาสให้เด็กได้ค้นคว้า ได้ทดลอง ได้ประสบความสำเร็จ

องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์
Guilford ได้แบ่งองค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์เป็น 4 ด้าน
1    1.ความคิดคล่องแคล่ว (Fluency)
      - ด้านถ้อยคำ (Word Fluency)
  
 2. ความคิดริเริ่ม (Originality)
       - ความคิดแปลกใหม่และแตกต่างไปจากความคิดธรรมดา

3. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility)
       - ความคิดยืดหยุ่นที่เกิดขึ้นทันที (Spontaneous Flexibility)
       - ความคิดยืดหยุ่นทางการดัดแปลง (Adapture Flexibility)

4. ความคิดละเอียดลออ (Elaboration)
       - ความคิดที่เกี่ยวกับรายละเอียดที่ใช้ในการตกแต่ง
       - เพื่อทำให้ความคิดริเริ่มนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

พัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์
Torrance ได้แบ่งออกเป็น ระยะ
       ระยะแรกเกิด – 2 ขวบ
       ระยะ 2 -4 ขวบ
       ระยะ 4-6 ขวบ
       แรกเกิด-2ปี มีจินตนาการ สำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัว
       2-4 ปี ตื่นตัวกับสิ่งใหม่ ใช้จินตนาการกับการเล่น ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ช่วงความสนใจสั้น
       4-6 ปี สนุกกับการวางแผน การเล่น การทำงาน ชอบเล่นสมมติเชื่อมโยงสิ่งต่างๆได้ แต่จะเข้าใจเหตุและผลได้ไม่ดีนัก
        
ลำดับขั้นของพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์
Torrance ได้แบ่งเป็น ขั้น
       ขั้นที่ แสดงออกอย่างอิสระทางความคิด ไม่คำนึงถึงคุณภาพ
       ขั้นที่ งานที่ผลิตต้องอาศัยทักษะบางอย่าง
       ขั้นที่ ประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆโดยไม่ซ้ำใคร
       ขั้นที่ ปรับปรุงขั้นที่ 3
ขั้นที่ คิดสิ่งที่เป็นนามธรรมขั้นสูงสุด คิด

ประโยชน์ของความคิดสร้างสรรค์
       - ก่อให้เกิดสิ่งแปลกใหม่
       - อำนวยประโยชน์สุขให้แก่บุคคล
       - ช่วยให้เข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาได้ดี
       - ช่วยให้บุคคลประสบความสำเร็จ
        -ช่วยให้ปรับตัวได้ดี

ความคิดสร้างสรรค์ไม่สามารถบังคับให้เกิดขึ้นได้แต่สามารถส่งเสริมให้เกิดขึ้นได้

แนวคิดและทฤษฎีโครงสร้างทางปัญญาของ Guilford

       อธิบายความสามารถของสมองมนุษย์เป็นแบบจำลอง มิติ

มิติที่ เนื้อหา
(ข้อมูลหรือสิ่งเร้าที่เป็นสื่อในการคิด)
       ภาพ
       สัญลักษณ์
       ภาษา
       พฤติกรรม
มิติที่ 2 วิธีคิด(กระบวนการทำงานของสมอง)
       การรู้และเข้าใจ
       การจำ
       การคิดแบบอเนกนัย
       การคิดแบบเอกนัย
       การประเมินค่า
มิติที่ 3 ผลของการคิด(การตอบสนองต่อข้อมูลหรือสิ่งเร้า)
มิติที่ 3 ผลของการคิด(การตอบสนองต่อข้อมูลหรือสิ่งเร้า)
       ระบบ
       การแปลงรูป
       การประยุกต์

ทฤษฎี Constructivism
       เด็กเรียนรู้เอง
       เด็กคิดเอง
       ครูกับเด็กเรียนรู้ไปด้วยกัน
       สร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเอง

ทฤษฎีของ Torrance
        ความคิดสร้างสรรค์เป็นกระบวนการของความรู้สึกต่อปัญหา แล้วรวบรวมความคิดตั้งเป็นสมมติฐาน และเผยแพร่ผลที่ได้จากการทดสอบ
       ขั้นที่ การพบความจริง
       ขั้นที่ การค้นพบปัญหา
       ขั้นที่ การตั้งสมมติฐาน
       ขั้นที่ การค้นพบคำตอบ
       ขั้นที่ ยอมรับผล
        
บรรยากาศที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
      - เด็กรู้สึกปลอดภัย
      - ให้เด็กได้ลองเล่นคนเดียว
      - ได้สำรวจ ค้นคว้า และสร้างสรรค์ด้วยตนเอง
      - ขจัดอุปสรรค
      - ไม่มีการแข่งขัน
      - ให้ความสนใจเด็ก
        
ลักษณะของเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์
       - มีไหวพริบ
       - กล้าแสดงออก
       - อยากรู้อยากเห็น
       - ช่างสังเกต
       - มีอารมณ์ขัน
       - มีสมาธิ
       - รักอิสระ
       - มั่นใจในตนเอง
       - อารมณ์อ่อนไหวง่าย
       - ไม่ชอบการบังคับ
       - ชอบเหม่อลอย
       - ซาบซึ้งกับสุนทรียภาพ
       - มีความวิจิตรพิสดาร
       - ชอบสร้างแล้วรื้อ รื้อแล้วสร้างใหม่
       - ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา

กิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
       Torrance ได้กล่าวถึงลักษณะของกิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ไว้ ลักษณะ
       ลักษณะที่ 1 ความไม่สมบูรณ์ การเปิดกว้าง  (Incompleteness, Openness)
       ลักษณะที่ 2 การสร้างบางอย่างขึ้นมา และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ 
(Producing Something and Using It)
       ลักษณะที่ การใช้คำถามของเด็ก (Using Pupil Question)

1. คำถามที่ส่งเสริมความคิดคล่องแคล่ว  คิดให้ได้มากที่ส
2. คำถามที่ส่งเสริมความคิดริเริ่ม คิดหรือทำสิ่งที่ไม่เคยมีใครคิดหรือทำมาก่อน
3. คำถามที่ส่งเสริมความคิดยืดหยุ่น  ได้คำตอบที่หลากหลาย
4. คำถามที่ส่งเสริมความคิดละเอียดลออ   คิดให้เห็นรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ

แนวทางการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของ Torrance
       ส่งเสริมให้เด็กถาม
       เอาใจใส่ความคิดของเด็ก
       ยอมรับคำถามของเด็ก
       ชี้แนะให้เด็กหาคำตอบด้วยตนเอง
       แสดงให้เด็กเห็นว่าความคิดของเด็กมีคุณค่า
       เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้อยู่เสมอ
       ค่อยเป็นค่อยไป
       ยกย่องชมเชย
       ไม่มีการวัดผล

การตั้งคำถาม 5W1H
       Who ใคร
       What อะไร
       Where ที่ไหน
       When เมื่อไหร่
       Why ทำไม
       How อย่างไร

บันทึกการเรียนรู้ที่ 11

นำเสนอ กิจกรรม STEM ของแต่ละกลุ่ม โดยมีกลุ่ม  - หน่วยผัก - หน่วยข้าว - หน่วยบ้าน - หน่วยสัตว์ - หน่วยดอกไม้ แต่...